Results (
Thai) 1:
[Copy]Copied!
หากจะเปรียบเทียบระบบการจัดซื้อแบบเดิม (Traditional procurement) กับระบบจัดซื้อแบบใหม่ที่เรียกคุ้นหูกันว่า e-Procurement นั้น คงต้องเปรียบเทียบตั้งแต่ความหมายของคำจำกัดความ จนกระทั่งถึงกระบวนการจัดการ ขั้นตอนการจัดซื้อ แต่ภาพรวมของการจัดซื้อของทั้งสองแบบต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน คือเป็นแผนกที่มุ่งเน้นในการสร้างส่วนประหยัดให้กับองค์กรมากที่สุด และควบคุมรายจ่ายให้แก่องค์กร มาพูดถึงการจัดซื้อจัดจ้างแบบเดิมก่อน เพื่อให้เห็นภาพได้จัดเจน ฝ่ายจัดซื้อในองค์กรต่างก็ทำหน้าที่หลักๆ ในการเปลี่ยนใบขอสั่งซื้อ (Purchase Requisition หรือเรียกกันย่อยๆ ว่า ใบPR) เป็นเอกสารที่ใช้กันภายในองค์กร ให้เป็นใบสั่งซื้อ (Purchase Order หรือเรียกว่า ใบPO) สำหรับใช้ติดต่อสั่งซื้อภายนอกองค์กร ซึ่งแต่ละครั้งในการจัดซื้อ ฝ่ายจัดซื้อต้องทำการรวบรวมปริมาณของสินค้าก่อน ต่อมาก็หาผู้ขายที่ขายสินค้านั้นๆ โดยทำการเจรจา หรือเปรียบเทียบราคาของผู้ขายหลายๆราย หรือบางทีก็ใช้ผู้ขายรายเดิมๆ เพื่อให้ได้ราคาที่อยู่ในงบประมาณจัดซื้อ หลังจากนั้นเมื่อได้ราคาที่เหมาะสมแล้วก็นำเสนอผู้อนุมัติในการออกใบสั่งซื้อไปยังผู้ขาย ซึ่งจะว่าไปแล้วฝ่ายจัดซื้อนั้นส่วนใหญ่ก็ใช้เวลาไปกับงานเอกสาร งานติดตามทั่วๆไป นับว่าไม่ได้มีเวลาด้านการวางแผนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Planning) และมุ่งเน้นด้านการต่อรองสินค้า (Negotiations) หรือแม้กระทั่งหาผู้ค้ารายใหม่ๆ (New Strategic Partners) ซึ่งถือว่างานที่สร้างคุณค่าให้แก่องค์กรถูกมองข้ามและให้ความสำคัญน้อยลงไป ทำให้เจ้าหน้าที่จัดซื้อเองหมดเวลาเป็นวันๆ ไปกับงานที่ซ้ำๆ ถูกมองว่าเป็นงานที่ไม่ดึงดูดใจ เอาละครับคราวนี้มามองดูว่า เทคโนโลยีสมัยใหม่ในยุดไอทีสามารถช่วยอะไรกับเราได้บ้าง
Being translated, please wait..
